ไม่มีประชาชนชาติใดในโลกจะโชคดีไปกว่าคนไทย เพราะเรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร พระองค์ทรงสร้างสรรค์นวัตกรรมซึ่งก่อให้เกิดคุณประโยชน์แก่สยามประเทศนานัปการ เราจึงขอหยิบยก 9 สิ่งประดิษฐ์ของพระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทยมาฝากกัน

*เรียงตามปีที่ได้รับสิทธิบัตร

innovations_01

 

1. เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุดซ้ำแบบทุ่นลอย หรือ กังหันน้ำชัยพัฒนา

ยื่นคำขอวันที่ 2 มิ.ย. 2535 / ประกาศวันที่ 1 ส.ค. 2535

กังหันน้ำชัยพัฒนา คือกังหันบำบัดนำเสียซึ่งทำงานด้วยการหมุนปั่นเพื่อเติมอากาศ (ออกซิเจน) เพื่อให้น้ำเสียกลายเป็นน้ำดี โดยสามารถลอยขึ้นลงได้เองตามระดับน้ำ โดยสามารถใช้ได้กับน้ำเพื่อการอุปโภค น้ำเสียจากโรงงานอุตสาหกรรม หรือบ่อเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทางการเกษตร ถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์เพื่อพัฒนาแหล่งน้ำแก่ปวงชนอย่างยั่งยืน

 

innovations_02

 

2. เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ

ยื่นคำขอวันที่ 16 ม.ค. 2544 / ประกาศวันที่ 19 ม.ค. 2544

เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำเป็นเครื่องกลเติมอากาศซึ่งต่อยอดจากแบบทุ่นลอย ใช้ในการเติมออกซิเจนลงไปใต้ผิวน้ำจนถึงด้านล่างของแหล่งน้ำ โดยในปี พ.ศ. 2533 ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานพระราชดำริให้มีการจัดสร้างเครื่องกลเติมอากาศ RX-5 โดยพระราชทานภาพลายฝีพระหัตถ์เครื่องกลเติมอากาศทางโทรสารให้กรมชลประทานจัดสร้างและได้มีการพัฒนาเรื่อยมาจนเป็นเครื่องกลเติมกาศ RX-5C ในปี พ.ศ. 2542

 

innovations_03

 

3. การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล หรือ น้ำมันไบโอดีเซล

ยื่นคำขอวันที่ 9 เม.ย. 2544 / ประกาศวันที่ 18 เม.ย. 2544

ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงตระหนักถึงคุณประโยชน์ของน้ำมันปาล์ม ซึ่งใช้ในการทำอาหารหรือเติมเป็นเชื้อเพลิงให้เครื่องยนต์ดีเซล เป็นการใช้พลังงานทดแทนจากพืช ด้วยแนวโน้มราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ พระองค์จึงโปรดให้ทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็น ‘ปาล์มดีเซล’ ซึ่งใช้กันทั้งในภาครัฐและเอกชน

 

innovations_04

 

4. การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน หรือ ฝนหลวง

ยื่นคำขอวันที่ 28 ส.ค. 2545 / ประกาศวันที่ 30 ส.ค. 2545

ก่อกวน เลี้ยงให้อ้วน และโจมตี”  คือขั้นตอนการทำฝนหลวงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงคิดค้นขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้งบริเวณพื้นที่นอกเขตชลประทาน เนื่องจากประชาชนไม่มีน้ำเพื่ออุปโภคและใช้ในการเกษตร โดยกรรมวิธีก็คือการเหนี่ยวนำน้ำจากฟ้า ด้วยการส่งเครื่องบินบรรจุสารเคมีขึ้นไปโปรยในท้องฟ้า ซึ่งขึ้นอยู่กับความชื้นของเมฆและสภาพทิศทางลมประกอบกัน หากความร้อนชื้นปะทะความเย็น ฝนก็จะตกลงมาในที่สุด

 

innovations_05

5. ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย

ยื่นคำขอวันที่ 16 ม.ค. 2546 / ประกาศวันที่ 20 ก.พ. 2546

เนื่องจากอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ต้องนำเข้าจากต่างประเทศนั้นมีราคาสูง พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จึงทรงออกแบบภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกายของผู้ป่วย ทั้งยังเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่พระองค์ทรงออกแบบขณะทรงพระประชวร เห็นได้ว่าพระองค์นั้นทรงงานทุกวินาทีเพื่อสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนอย่างแท้จริง

 

innovations_06

 

6. อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว (ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง)

ยื่นคำขอวันที่ 27 ธ.ค. 2545 / ประกาศวันที่ 29 ก.ค. 2546

เนื่องด้วยประเทศของเรานั้นประสบปัญหาอุทกภัยทุกปี พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีกระแสรับสั่งให้นำเครื่องยนต์ขับดันน้ำมาใช้ผลักดันระบายน้ำในแม่น้ำและคูคลองต่างๆ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลให้ไหลออกสู่ทะเลอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

innovations_07

 

7. กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวให้เหมาะแก่การเพาะปลูก หรือ โครงการแกล้งดิน

ยื่นคำขอวันที่ 21 มิ.ย. 2550 / ประกาศวันที่ 5 ก.ค. 2550

แกล้งดินให้เปรี้ยวสุดขีด  นั้นเป็นแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาดินเปรี้ยว ดินเป็นกรด โดยการขังน้ำไว้ในพื้นที่ที่มีปัญหา และรอจนน้ำกับดินเกิดปฏิกิริยาเคมีซึ่งจะส่งผลให้ดินเปรี้ยวจัด จากนั้นจึงระบายน้ำออก และฟื้นฟูหน้าดินด้วยปูนขาว เป็นการช่วยเหลือเกษตกรเพื่อให้กลับมาเพาะปลูกพืชผลในผืนดินเดิมได้อีกครั้ง

 

innovations_08

 

8. ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ

ยื่นคำขอวันที่ 15 ก.ค. 2553 / ประกาศวันที่ 29 ก.ค. 2553

พ่อหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราทรงต่อยอดโครงการดังกล่าวสู่ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ โดยทรงนำต้นพืชบางชนิดที่สามารถดูดซึมสารปนเปื้อนมาช่วยบำบัดน้ำเสีย อาทิ ต้นกก ต้นเตย และต้นพุทธรักษา ซึ่งจะไปยับยั้งการเจริญเติบโตของสาหร่าย เพราะการเติมอากาศเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำเขียวอันเกิดจากสาหร่ายออกได้

 

innovations_09

 

9. เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์

ยื่นคำขอวันที่ 4 พ.ค. 2553 / ประกาศวันที่ 11 ส.ค. 2553

สิ่งประดิษฐ์ดังกล่าวเป็นเครื่องกลที่ประกอบด้วยใบพัดซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานจากความเร็วของกระแสน้ำให้เป็นพลังงานกล โดยในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานชื่อโครงสร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์และชุดสำเร็จเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์ว่า “อุทกพลวัต” ซึ่งเครื่องดังกล่าวมีหน้าที่บริหารจัดการมวลน้ำให้ออกสู่ทะเลอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้กระทบต่อบริเวณที่อยู่อาศัยและพื้นที่เศรษฐกิจของประเทศ ถือเป็นวิธีการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมที่มีประสิทธิภาพอีกหนึ่งวิธี